ผู้เขียน หัวข้อ: สารกรองน้ำ  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 05:27:16
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 90
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สารกรองน้ำ<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
สารกรองน้ำ<br />
<br />
 สารกรองน้ำ เป็นข้อสำคัญสำหรับในการกรองน้ำให้ได้คุณภาพ การเปลี่ยนสารกรองน้ำที่มีคุณภาพตามที่ได้มีการกำหนดเวลา จึงเป็นสิ่งสำคัญ เครื่องกรองน้ำดีแต่ไม่ได้รับการรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี จะส่งผลให้เครื่องกรองน้ำมีคุณภาพสำหรับในการกรองสิ่งสกปรกลดน้อยลง แล้วก็สิ่งสกปรกที่หมักหมมจะทำให้น้ำปนเปื้อนและไม่สะอาด เนื่องด้วยสารกรองน้ำแก่การใช้แรงงาน หลังจากที่ได้มีการใช้เครื่องกรองน้ำไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมมิได้เด็ดขาดคือ เรื่องช่วงเวลาการล้างแล้วก็ปลี่ยนสารกรองน้ำรวมทั้งไส้กรองเนื่องจากสารกรองและก็ไส้กรองน้ำก็แก่การใช้แรงงาน แต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ผ่านเครื่องกรองน้ำด้วย ทางที่ดีควรจะเปลี่ยนแปลงสารกรองน้ำรวมทั้งไส้กรองน้ำให้ตรงตามที่กำหนดเวลา<br />
<br />
เดี๋ยวนี้สารกรองน้ำ มีนานาประการยี่ห้อ ตามความจุดหมายของการนำไปใช้, สภาพของน้ำดิบ, และคุณภาพน้ำที่อยากได้ เพื่อให้คุณภาพสำหรับการกรองสำหรับน้ำใช้ หรือ น้ำกินให้มีประสิทธิภาพ<br />
<br />
กรวด-ทราย คัดเลือกขนาด (Sand) เป็นก้อนกรวดแล้วก็ทรายที่ใช้สำหรับกรองน้ำ ประสิทธิภาพสูง คัดขนาดอย่างดีเยี่ยม ไม่มีหินปูน (Limestone) มีเนื้ออ่อน แล้วก็ละลายน้ำเจริญปนเปอยู่ เพราะเมื่อใช้งานกรองน้ำมีการล้าง และก็กวนมากมายจะก่อให้มีการผุกร่อนเล็กลงได้วิธีทดลอง ว่าในกรวดรวมทั้งทรายมีหินปูนอยู่มากน้อย ขนาดไหนได้โดยแช่ลงในกรดเกลือเข้มข้นตรงเวลา 24 ชั่วโมง จะมีน้ำหนักหายไปไม่เกินร้อยละ 5<br />
<br />
กรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) ทุกขนาด สำหรับกรองน้ำ โดยแบ่งตามขนาดดังนี้<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.1 ขนาด 0.5 – 0.8 มม.<br />
กรวด-ทราย (คัดขนาด) No.2 ขนาด 1 -2 มิลลิเมตร<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.3 ขนาด 2 – 5 มม.<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.4 ขนาด 5 – 10 มิลลิเมตร<br />
กรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.5 ขนาด 10 – 15 มม.<br />
กรวด-ทราย (คัดขนาด) No.6 ขนาด 15 – 20 มิลลิเมตร<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดเลือกขนาด) No.7 ขนาด 20 – 30 มม.<br />
ก้อนกรวด-ทราย (คัดขนาด) No.8 ขนาด 30 – 40 มิลลิเมตร<br />
<br />
 <br />
<br />
<br />
<br />
จำพวกต่างของสารกรองน้ำ <br />
<br />
<br />
<br />
สารกรองแอนทราไซต์ หรือ Anthracite บางคนอาจเรียกว่า แอนทราไซต์ มีคุณสมบัติสามารถกำจัดตะกอน และก็โคลนตม เพื่อน้ำสะอาด ทางบริษัท ทีวอเตอร์เทคจำกัด สารกรองแอนทราไซท์นานาประการยี่ห้อคุณภาพสูงในราคาพิเศษ พร้อมทั้งยังมีบริการเปลี่ยนแปลงสารกรองแอนทราไซท์<br />
<br />
สารกรองสนิมเหล็ก หรือ Manganese Sand บางท่านบางทีอาจเรียกว่า แมงกานีส มีคุณลักษณะสามารถกำจัดกำจัดสารโลหะ โดยเฉพาะสารละลายเหล็กที่ปนเปมากับน้ำ และก็ยังเพิ่มออกสิเจนให้กับน้ำ ทางบริษัท คราววอเตอร์เทค จัดจำหน่ายสารกรองสนิมเหล็กหลากหลายยี่ห้อประสิทธิภาพสูงในราคาพิเศษ และก็ยังมีบริการเปลี่ยนสารกรอง สนิมเหล็ก<br />
<br />
สารกรองเรซิ่น หรือ Ion Exchange Resins บางคนบางทีอาจเรียกว่า เรซิ่น (Resin) ลักษณะเป็นเม็ดทรงกลมขนาดเล็กสีเหลือง สารกรองมีความชื้น มีคุณสมบัติสามารถกำจัดความกระด้าง, หินปูน, แคลเซียม,แมกนีเซียม และดูดซึมสี เหมาะสำหรับวิธีการทำน้ำอ่อน ทางบริษัท อควาเคมี จำหน่ายสารกรองเรซิ่นหลากหลายยี่ห้อประสิทธิภาพสูงในราคาพิเศษ พร้อมทั้งบริการบริการแปลงสารกรองเรซิ่น<br />
<br />
สารกรองคาร์บอน หรือ Activated Carbon ลักษณะเป็นเม็ดขนาดเล็กสีดำ บางท่านอาจเรียกว่า ผงถ่าน มีคุณสมบัติสามารถกำจัดความขุ่น, สารแขวนลอย, สารอินทรีย์, กลิ่น, คลอรีน และสีในน้ำ ที่เกิดขึ้นจากสารอินทรีย์ ทางบริษัท อควาเคมี สารกรองคาร์บอนมากมายยี่ห้อประสิทธิภาพสูงในราคาพิเศษ พร้อมด้วยบริการแปลงสารกรอง คาร์บอน<br />
<br />
คุณสมบัติของสารกรองน้ำ ANTHRACITE<br />
<br />
 “แอนทราไซท์” คือสารกรองน้ำเพื่อกำจัดขี้ตะกอนและโคลนตมเพื่อน้ำสะอาด โดยใช้สารแอนทราไซท์ เป็น วัตถุดิบและก็มีชื่อเรียกสั้นๆว่า “สารกรองน้ำแอนทราไซท์’ แอนทราไซท์ เป็นถ่านหินประเภทหนึ่งซึ่งมีธาตุคาร์บอนสูงสูงที่สุด มีคาร์บอนสูงยิ่งกว่าประเภทอื่นๆทุกต้นแบบมีส่วนประกอบของคาร์บอนสูงสุดพร้อมทั้งมีวัตถุสารซึ่งละลายน้ำได้น้อยที่สุด ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับถ่านหินแบบอย่างอื่นๆดังเช่น ถ่านหิน น้ำมัน ถ่านหินลิกไนท์ ถ่านหินที่ใช้สำหรับการหุงหาอาหาร อื่นๆอีกมากมาย<br />
<br />
แอนทราไซค์เป็นสารซึ่งมีธาตุคาร์บอนมาก (FIX CABON) และมีขี้เถ้าเป็นจำนวนน้อยจึงนับว่าเป็นสารที่มีคุณภาพดีเมื่อเปรียบเทียบกับวัตถุสารอื่นๆคาร์บอนจะไม่ละลายน้ำได้ง่าย และทนต่อวัตถุเคมีได้ดีมากยิ่งกว่า นอกเหนือจากนั้นยังมีคุณลักษณะเป็นถ่านหินที่มีความบริสุทธิ์สูง มีภาวะการตกผลึกที่ดี และไม่เปราะแตกหักง่าย อาทิเช่น เพรช ซึ่งมีความแข็งแกร่งรวมทั้งแข็งแรงมาก ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของคาร์บอน เนื่องมาจากมีความแข็งแรง ไม่เปราะแตกหักง่าย และไม่ละลายน้ำได้ง่ายแอนทราไซท์จึงได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นสารกรองน้ำ<br />
<br />
คุณสมบัติของแอนทราไซท์ <br />
 1. เก็บตะกอนน้ำไว้ที่ผิวด้านนอกของสารวัตถุ<br />
 2. สามารถดักจับขี้ตะกอนไว้ได้จำนวนไม่ใช่น้อย <br />
 3. สามารถกรองน้ำได้จนกระทั่งขั้นที่อยู่ลึกลงไปชั้นล่างๆด้วย<br />
 4. การชำระล้างน้ำชำระล้างทำได้อย่างราบรื่น<br />
 5. มีคุณลักษณะทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีในอัตราสูง<br />
<br />
การกรอง (Filtration)<br />
 การกรองแบบติด ค้างในชั้นกรอง จะมี 3 ประเภทเป็น<br />
 • Slow Sand Filter Flow Rate<br />
 • Rapid Sand Filter Flow Rate<br />
 • Multimedia Filter (Anthracite & Sand)<br />
 ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการกรองแบบติดค้างในชั้นกรอง<br />
<br />
Slow Sand Filter<br />
<br />
เป็นแบบที่อดออม ใช้กับน้ำที่มีความมัวต่ำ การกรองน้ำด้วยอัตราต่ำ เหมาะกับใช้ในต่างจังหวัดปกติ อัตรากา<br />
<br />
Rapid Sand Filter<br />
<br />
เครื่องกรองน้ำแบบงี้ เป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ในโรงกรองน้ำทั่วๆไป ซึ่งปกติจะใช้ Media เป็นทรายกรอง สามารถกรองน้ำได้สูงขึ้นยิ่งกว่าเครื่องกรองน้ำได้สูงสุดกว่าเครื่องร่อนหลายสิบเท่า ธรรมดาอัตราการไหลของน้ำ<br />
<br />
Multimedia Filter (แอนทราไซท์ & ทรายกรอง)<br />
<br />
เป็นการกรองที่ใช้กันปกติ ในถังกรองรุ่นใหม่ ใช้กับน้ำที่มีความมัวสูง โดยมีอัตราการกรองสูงขึ้นมากยิ่งกว่า แบบถังกรองทรายธรรมดา มีอัตราการไหลของน้ำ<br />
<br />
คุณประโยชน์ ของระบบการกรองน้ำที่ใช้แอนทราไซท์<br />
<br />
ปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนมาใช้แอนทราไซท์ แทนทรายกรองน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดียิ่งกว่า ดังต่อไปนี้<br />
 1. แอนทราไซท์ มีลักษณะเป็นคาร์บอน มีพ้นผิวเป็นเหลี่ยมมุม สามารถกรองขี้ตะกอนแขวนลอยที่ปะปนมาพร้อมกับน้ำได้มากกว่าทรายซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลม (ตะกอนแขวนลอยจะมีมากในน้ำในใต้ดิน เช่น น้ำ บาดาล)<br />
 2. แอนทราไซท์ มีน้ำหนักน้อยกว่าทราย จึงทำให้การล้างกลับ (Back Wash) ได้ง่ายดายกว่าทราย ดังนั้น จำนวนการใช้น้ำล้างกลับ และแรงกดดันของน้ำก็เลยน้อยกว่าทรายในขนาดเครื่อง กรองเท่ากัน ซึ่งจะส่งผลทำให้ อดออมค่ากระแสไฟฟ้า เพิ่มขึ้นด้วย<br />
 3. การใช้แอนทราไซท์กรองน้ำแทนทราย ทำให้อัตราการสร้างน้ำมากยิ่งกว่าการใช้ทรายกรอง ในช่วงเวลาที่ ขนาดเครื่องร่อนเสมอกัน เพราะว่าแอนทราไซท์จะมีความพรุนระหว่างชั้นมากยิ่งกว่าทราย ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการสร้างน้ำได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขยายบ่อกรองส่งผลทำให้จำนวนการผลิตมากขึ้นอีกเท่าตัว<br />
 4. ลักษณะของเม็ดแอนทราไซท์จะใหญ่กว่าทราย แม้กระนั้นมีน้ำหนักเบากว่า ดังนั้น ภายหลังการล้างกลับแอนทราไซท์จะอยู่เหนือทราย ลักษณะเช่นนี้ จะมีผลให้ชั้นกรองปฏิบัติหน้าที่ สามารถ กรองความมัวได้ในปริมาณมากกว่าที่กรองทรายทำให้จำนวนน้ำใสมากกว่า นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถรับน้ำดิบที่มีความขุ่นสูงกว่าเครื่องร่อนแบบทราย<br />
<br />
สารกรองน้ำ แอคติเวท คาร์บอน<br />
<br />
การเกาะ หรือ ดูดติดผิว (AD-SORPTION) เป็นความสามารถของสารบางประเภทสำหรับเพื่อการดึงโมเลกุล หรือคอลลอยด์ซึ่งอยู่ในของเหลว หรือ ก๊าสให้มาเกาะจับและก็ติดบนผิวของมัน การเกิดแบบนี้จัดเป็นการเปลี่ยนที่สาร (MASS TRANSFER) จากของเหลว หรือก๊าซมายังผิวของของเเข็ง โมเลกุล หรือ คอลลอยด์ เรียกว่า ADSORBATE ส่วนของเเข็งที่มีผิวเป็นที่เกาะ<br />
จับของ ADSORBATE เรียกว่า ADSORBENT แบบอย่างของการดูดติดผิวของโมเลกุลสี บนถ่านเเอ็คติเว้ตเต้ดคาร์บอน (ACTIVATED CARBON)<br />
การยึดจับของโมเลกุลบนผิวของสารบางทีอาจเกิดขึ้นด้วยเเรงกายภาพ (อาทิเช่นVANDER WAAL FORCE) หรือด้วยแรงเคมี หรือทั้งคู่อย่างรวมกัน โดยปกติการเกาะติดผิวในระบบน้ำประปามักนับว่าเป็นขั้นตอนทางกายภาพ เนื่องจากว่าโมเลกุลถูกดูดให้เกาะบนผิวของของเเข็งโดยเเรงกายภาพ และก็มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นน้อย<br />
<br />
การดูดติดผิวมีบทบาทไม่น้อยในระบบผลิตน้ำประปา เพราะเหตุว่าสามารถกำจัดสารมลทินที่มีขนาดเล็ก จนถึงขั้นโมเลกุลซึ่งไม่อาจกำจัดได้ด้วยแนวทางนอนก้น หรือการกรองแบบธรรมดา<br />
<br />
1.จำพวกของแอ็คติเตียนเว้ดเต็ดคาร์บอน<br />
สารที่มีอำนาจดูดโมเลกุลต่างๆมาติดผิวได้ (ADSORBENT)มีหลากหลายประเภทซึ่งบางทีอาจเเบ่งได้เป็นสามชนิด ดังต่อไปนี้<br />
<br />
1.จำพวก อนินทรีย์ เช่น ดินเหนียวชนิดต่างๆแมกนีเซียมออกไซด์ ถ่านกระดูก แอคติเว้ดเต็ดสิลิก้า ฯลฯ สารธรรมชาติมักมีพื้นผิวเฉพาะเจาะจง ประมาณ 50-200 ม/กรัม แต่ มีข้อเสียคือจับเลกุลหรือคอลลอยด์ได้เพียงแต่ไม่กี่ประเภททำให้การใช้ประโยชน์จากสารดูดติดผิวชนิดสารอนินทรีย์มีปริมาณจำกัดมากมาย<br />
2.แอ็คตำหนิเว้ดเต็ดคาร์บอน ที่จริงคาร์บอนจำพวกนี้บางทีอาจจัดเป็นสารอนินทรีย์สังเคราะห์ก็ได้ เเต่เป็น ADSORBENT ที่ดีกว่าสารอนินทรีย์จำพวกอื่นๆเพราะมีผิวจำเพาะราว 200-1000 ม/กรัม<br />
3.ชนิดสารอินทรีย์สังเคราะห์ ตัวอย่างเช่น สารเรสิน-เเลกเปลี่ยนไอออน (ION EXCHANGE RESIN) จำพวกพิเศษที่สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อกำจัดสารอินทรีย์ต่างๆ(มักเป็นประเภทที่เรียกว่า MACROPOROUS RESIN) สารเรสินกลุ่มนี้มีพื้นที่ผิวจำเพาะ ประมาณ 300-500 ม/กรัม (ซึ่งถือว่าตำเมื่อเปรียบเทียบกับของเเอ็คติเว้ตเต้ดคาร์บอนด์) เเต่แต่เรซินมีข้อได้เปรียบกว่า เป็นสามารถรีเจนเนอเรตได้ง่ายกว่ามาก แล้วก็รีเจนเนอร์แรนด์มักเป็นสารราคาถูกเป็นต้นว่า เกลืแกง สำหรับในประเทศไทยความเหมาะสมสำหรับในการใช้เรสินดูดติดผิว อาจมีมากกว่า แอ็คติเตียนเว็ตคาร์บอน เมื่อคิดถึงข้อกำหนดในเรื่องของรีเจนเนอเรชัน (REGENERATION)<br />
<br />
แอ็คติเตียนเว็ตเต็ดคาร์บอน (ACTIVATED CARBON) เป็นถ่านที่สังเคราะห์ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อมีพื้นที่ผิวเยอะที่สุด ซึ่งทำเป็นโดยการทำให้มีรุพรุน หรือโพรงด้านในเนื้อคาร์บอนมากมายเท่าที่จะทำเป็น (มองภาพที่ 1) รูพรุน หรือโพรงมีขนาด ตั้งเเต่ 20 ถึง 20,000 การสังเคราะห์คาร์บอนชนิดนี้ ปฏิบัติได้โดยไล่ความชุ่มชื้นออก จากวัตถุดิบ ซะก่อน แล้วจึงเผาวัตถุดิบที่แห้งให้เป็นถ่าน ที่อุณหภูมิราวๆ 400-600 เซลเซียส คาร์บอนที่ได้ยังมีอำนาจดูดติดผิวต่ำ เพราะเหตุว่าโพรงด้านในคาร์บอน ยังมี TAR อุดตันอยู่ คาร์บอนนี้จึงจำเป็นต้องเผาต่อไปที่อุณหภูมิประมาณ 750-950 ซ. ภายใต้ความชื้นที่เหมาะสมเพื่อไล่ TAR ออกให้หมด (ขั้นตอนนี้เรียกว่า ACTIVATION) ก็เลยจะได้แอ็คติเว็ตเต้ดคาร์บอน วัตถุดิบที่ใช้สังเคราะห์ แอ็คว่ากล่าวเว็ตเต็ดคาร์บอน มีหลายชนิดอย่างเช่น กระดูกสัตว์, ถ่านหินบางขนิด, กะลา, มะพร้าว, เม็ดในของผลไม้บางจำพวก ฯลฯ เทคโนโลยี ปัจจุบันนี้ สามารถทำให้แอ็คว่ากล่าวเว็ตคาร์บอน หนัก 1 กรัม มีพื้นที่ผิว ประมาณ 600-1000 ตร.ม.<br />
<br />
การที่คาร์บอนต้องมีพิ้นที่ผิวสูงก็เพื่อให้สามารถดูดโมเลกุลจำนวนไม่น้อยๆมาเกาะติดที่ผิวได้ พื้นที่ผิวก็เลยเป็นปัจจัยหลักสำหรับเพื่อการกำหนดสมรรถนะของคาร์บอน ด้วย เหตุนี้คาร์บอนที่มีพื้นที่ผิวเฉพาะ (ม/กรัม) สูงจึงมีอำนาจ หรือ ระดับความสามารถสำหรับในการดูดติดผิวสูงตามไปด้วย การประมาณพื้นที่ผิวของคาร์บอนปฏิบัติได้โดยการหาจำนวนไนโตรเจนที่ถูกคาร์บอนดูดเก็บไว้ วิธีวัดสมรรถนะของคาร์บอนอาจทำได้โดยการวัด IODINE NUMBER ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับพื้นที่ผิวของ คาร์บอน หรือ บางทีอาจวัด MOLASS NUMBER แทน IODINE NUMBER แสดงถึงความสามารถ ของคาร์บอนในการกำจัดสารที่มีโมเลกุลเล็ก ส่วน MOLASS NUMBER เเสดงถึงสมรรถนะ ในการกำจัดสารที่มีโมเลกุลใหญ่ ด้วยประการฉะนี้ กรรมวิธีดูดติดผิวที่ใช้ในระบบประปา ก็เลยนิยมใช้ไอโอดีนนัมเบอร์มากกว่า โมลาสนัมเบอร์ หรือ พารามิเตอร์ตัวอื่น ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ น้ำดิบมักมีสารโมเลกุลเล็กมากยิ่งกว่าสารโมเลกุลใหญ่ แอ็คติเว็ตคาร์บอนที่ใช้ในงานวิศวกรรมสิ่งเเวดล้อมมีสองประเภทเป็น แบบ ผง (POWDER ACTIVATED CARBON หรือ PAC)<br />
เเละ เเบบเกล็ด (GRANUL

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://teewatertechs.com/index.php?page=category&category=22

Tags : สารกรองน้ำ,สารกรองเรซิน,สารกรองแมงกานิส