hug-videoawards.com:ลงประกาศฟรี โพสท์ฟรี

หมวดหมู่ทั่วไป => อื่นๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: plawan1608 ที่ 22-12-2017 , 09:38:03

หัวข้อ: สัตววัตถุ ปลาดุก
เริ่มหัวข้อโดย: plawan1608 ที่ 22-12-2017 , 09:38:03
(http://www.คลัง[b][i][url=http://www.disthai.com/][b]สมุนไพร[/b][/url][/i][/b].com/wp-content/uploads/2017/09/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%81.jpg)
ปลาดุก (http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/09/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%81/)
ปลาดุกเป็นสัตว์เลือดเย็น มีกระดูกสันสันหลัง ปลาที่คนประเทศไทยเรียก ปลาดุก หรือ walking catfish นั้น อาจหมายความว่าปลาน้ำปลาน้ำจืดอย่างต่ำ ๒ ชนิดในตระกูล Clariidae  คือ
๑. ปลาดุกด้าน
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Clarias  batrachus  (Linnaeus)
มีชื่อสามัญว่า walking  catfish
ลางตัวที่มีสีขาวตลอด ชาวบ้านเรียก ดุกเผือก หรือถ้าหากมีสีค่อนข้างจะแดง  ก็เรียก ดุกแดง  แต่ถ้าหากมีจุดขาวรอบๆทั่วลำตัว  ก็เรียก ดุกเอ็น ปลาดุกด้านมีรูปร่างยาวเรียว ยาว  ๑๖-๔๐  ซม. (ในธรรมชาติอาจยาวได้ถึง ๖๑  เซนติเมตร) รอบๆด้านข้างของลำตัวมีสีเทาปนดำหรือสีน้ำตาลผสมดำ บริเวณท้องมีสีออกจะขาว ไม่มีเกล็ด ความยาวของลำตัวราว ๖-๗.๕ เท่าของความลึกของลำตัว แล้วก็ราว๓.๕ เท่าของความยาวท่อนหัว หัวค่อนข้างแหลมถ้าหากมองทางข้างๆ กระดูกหัวมีลักษณะตะปุ่มตะป่ำ กระดูกท้ายทอยยื่นเป็นมุมค่อนข้างจะแหลม ส่วนฐานของครีบหลังยาวเกือบตลอดส่วนหลัง ครีบหลังมีก้านครีบอ่อน ๖๕-๗๗  ก้าน ไม่มีก้านครีบแข็ง ครีบก้นมีก้านครีบอ่อน  ๔๑-๕๘  ก้าน ครีบท้องกลม ครีบอกกลม มีก้านครีบแข็งข้างละ ๑ ก้าน ปลายแหลม เป็นหยักทั้ง ๒ ข้าง ครีบหางแบน ปลายมน ไม่ต่อกับครีบข้างหลังแล้วก็ครีบตูด ตามีขนาดเล็กอยู่ข้างบนของหัว มีหนวด ๔ คู่  หนวดที่ขากรรไกรด้านล่างยาวถึงส่วนปลายก้านครีบแข็งของครีบอก หนวดขากรรไกรบนยาวถึงก้านครีบข้างหลังก้านที่  ๗-๘   หนวดที่บริเวณจมูกยาวเป็น ๑ ใน ๓ ของก้านครีบแข็งของครีบอก  รวมทั้งหนวดคางยาวถึงส่วนปลายของครีบอก ด้านในท่อนหัวเหนือช่องเหงือกอีกทั้ง ๒ ข้าง มีอวัยวะพิเศษที่ช่วยสำหรับในการหายใจ ฟันบนเพดานปากรวมทั้งฟันบนขากรรไกรบนเป็นฟันซี่เล็กๆกระดูกซี่กรองเหงือกมี  ๑๖-๑๙  อัน ปลาดุกด้านมีนิสัยดุ ว่อง เกลียดอยู่นิ่ง เร่งรีบ ชอบดำว่ายดำผุดและถูกใจมุดไปตามพื้นโคลนตม ชอบว่ายทวนน้ำออกไปจากแหล่งอาศัยในขณะฝนตกและก็น้ำไหลล้นลงสู่แหล่งน้ำที่ใหม่ มีความทรหดอดทนต่อสภาพแวดล้อมที่เรวร้ายได้
๒. ปลาดุกอุย
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Clarias  microcephalus  Gunther
มีชื่อสามัญว่า  broadhead  walking  catfish
ปลาดุกอุยเป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ลำตัวยาวเรียว ยาว  ๑๕-๓๕  เซนติเมตร  สีค่อนข้างเหลือง  มีจุดประตามด้านข้างลำตัวราว ๙-๑๐ แถบ แม้กระนั้นเมื่อโตจะเลือนหายไป ฝาผนังท้องมีสีขาวถึงเหลืองเฉพาะรอบๆอกถึงครีบท้อง ท่อนหัวค่อนข้างจะทู่ ปลายกระดูกกำดันป้านแล้วก็โค้งมนมาก   ท่อนหัวจะลื่น มีรอยบุ๋มกึ่งกลางบางส่วน  มีหนวด  ๔  คู่  โคลนหนวดเล็ก ปากไม่ป้าน ออกจะมนครีบอกมีครีบแข็งข้างละ ๑ ก้าง มีลักษณะคม ยื่นยาวหรือพอๆกับครีบอ่อน ครีบข้างหลังมีก้านครีบอ่อน  ๖๘-๗๒  ก้าน   ปลายครีบสีเทาผสมดำแล้วก็ยาวตลอดถึงคอดหาง ครีบก้นมีก้านครีบอ่อน  ๔๗-๕๒  ก้าน ครีบหางกลม ไม่ใหญ่มากนัก สีเทาผสมดำ ครีบหางไม่ใกล้กับฐานครีบหลังแล้วก็ครีบก้น   ปริมาณกระดูกซี่กรองเหงือกราว  ๓๒  ซี่งเมื่อมองผิวเผินทั้งปลาดุกด้านแล้วก็ปลาดุกอุยมีลำตัวสั้นป้อมกว่า ลำตัวสีดำคละเคล้าเหลือง มีจุดเล็กๆสีขาวเรียงเป็นแถวตามทางขวางลำตัวหลายแถว หรืออาจมองมองเห็นเป็นจุดประสีขาวตามลำตัว ปลายกระดูกกำดันโค้งมน ปลาดุกเป็นปลาที่เจอได้ตามคู ลำคลอง หนอง บึงทั่วๆไป จัดเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจของไทย
ประโยชน์ทางยา
สมุนไพร (http://www.disthai.com/) หมอแผนไทยรู้จักใช้ปลาดุกผสมเป็นเครื่องยาในตำรับยาหลายขนาน โดยยิ่งไปกว่านั้นใน พระตำราไกษย ให้ยาที่เข้า “ปลาดุกย่าง” อยู่ ๒ ขนาน ทั้ง ๒ ขนานเป็นยาแกง รับประทานเป็นยาถ่ายอย่างแรง สำหรับแก้กษัย ดังต่อไปนี้ ยาแก้ไกษยปลาดุก เอาเปลือกราชพฤกษ์ (http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/07/%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C/) ๑ กลีบตาเสือ ๑  รากตอแตง  ๑  พาดไฉนนุ่น ๑  พริกไทย (http://www.disthai.com/16488254/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2) ๑ ขิงแห้ง (http://www.disthai.com/16488302/%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%87) ๑  กระเทียม (http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/07/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1/)  ๑  ผลจันทน์ ๑  ดอกจันทน์  ๑  กระวาน (http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/07/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/)  ๑  กานพลู (http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/07/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/)  ๑  ข่า (http://www.disthai.com/16657359/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2)  ๑  กระชาย (http://www.disthai.com/16484907/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B3)  ๑  กะทือ  ๑  ไพล (http://www.disthai.com/16488307/%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5)  ๑  หอม  ๑  ขมิ้นอ้อย (http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/07/%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2/)  ๑  กะปิ  ๑  ปลาดุกปิ้ง  ๑  ตัว ปลาแดกปลาส้อย ๕  ตัว   ยา  ๒๐  สิ่งนืทำเปนแกง แล้วเอาใบมะกาที่เพสลาดนั้นมาหั่นใส่ลงเปนผัก กินให้ได้ถ้วยแกงหนึ่ง ลงจนถึงสิ้นโทษร้าย หายวิเศษนัก รวมทั้งยางแกงเปนยารุ ท่านให้เอาเปลือกทองหลางใบมนที่ ๒ เปลือกมะรุม (http://www.disthai.com/16488241/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1) ๑ ลูกคัดเลือกเค้า ๑ เครื่องยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๗ ตัว ปลาดุกปิ้ง ๑ ตัว เอาใบสลอดที่รับประทานลงที่อ่อนๆนั้น ๗ ใบ หั่นเป็นผักใส่ลง ทำเปนยาเถอะ ลงเสลดเขียวเหลืองออกมา หายแล

Tags : สมุนไพร